สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สรุปภาวะตลาดไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 1.7% อยู่ที่ 18.2 ล้านล้านบาท นักลงทุนต่างชาติยอดซื้อสุทธิ 19,589 ล้านบาท ในขณะที่หุ้นกู้กลับเสี่ยงยืดหนี้เพิ่ม - BizConnectionNews | ครบเครื่องเรื่องธุรกิจ และไลฟ์สไตล์สำหรับคุณ

Hot News : ข่าวเด่นวันนี้

Home Top Ad

ติดต่อโฆษณาได้ที่นี่

Post Top Ad

ติดต่อโฆษณาได้ที่ BizConnectionNews

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สรุปภาวะตลาดไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 1.7% อยู่ที่ 18.2 ล้านล้านบาท นักลงทุนต่างชาติยอดซื้อสุทธิ 19,589 ล้านบาท ในขณะที่หุ้นกู้กลับเสี่ยงยืดหนี้เพิ่ม

จากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในปีที่แล้ว ต่อเนื่องมาถึงสงครามสหรัฐ-อิสราเอลต่ออิหร่านที่กำลังเกิดขึ้น ส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนและเกิดแรงกดดันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งรวมถึงบรรยากาศการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ โดยในไตรมาส 1/2569 ตลาดตราสารหนี้ไทยขยายตัว 1.7% มาอยู่ที่ 18.2 ล้านล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐเป็นสำคัญ ขณะที่ตราสารหนี้ภาคเอกชนมีมูลค่าคงค้างใกล้เคียงเดิมที่ 4.5 ล้านล้านบาท

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEghF5ht4LhloAvVkNw4uuMxFcKXX0BvdN7-AmMtFjhRWax8TttUnF99GfHfTN01NRtT9oOpSwWKqZo6c2g3ULOR6Kd8aPuYvsGKoIeGH9409ss2TE4eG69TO5F66DkF9nG3zL007ivl-OuxvDVmTGcc15lZV6pl1Llajb_ihdsUlhxjjtiH62tQU8uV_pM/s1024/1000012026.jpg

ส่วนนักลงทุนต่างชาติมียอดการซื้อสุทธิ 19,589 ล้านบาท สำหรับผลสำรวจการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตลอดทั้งปีนี้ โดย ดร.สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) กล่าวสรุปประเด็นสำคัญ ดังนี้

• มูลค่าตลาดตราสารหนี้ไทยขยายตัว 1.7 % จากสิ้นปี 2568: โดย ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 มูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทยเท่ากับ 18.2 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 96% ของ GDP) เพิ่มขึ้น 1.7% จากสิ้นปีที่ผ่านมา เป็นการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ภาครัฐเป็นหลัก

• การออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวเท่ากับ 171,889 ล้านบาท: ในไตรมาส 1/2569 มูลค่าการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว (หุ้นกู้) เท่ากับ 171,889 ล้านบาท โดยผู้ออกในกลุ่ม Investment Grade (IG) สามารถออกได้ใกล้เคียงหรือมากกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกและมูลค่าเฉลี่ยการออกที่ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ขณะที่กลุ่ม HY ออกหุ้นกู้โดยรวมได้น้อยกว่าที่ครบกำหนดในอายุเฉลี่ยการออกและมูลค่าเฉลี่ยการออกเพิ่มขึ้นเล็กน้อย กลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ Energy Property และ Food and Beverage ตามลำดับ

• นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 19,589 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2569: โดยเป็นการซื้อสุทธิในเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์รวม 56,061 ล้านบาท ก่อนพลิกเป็นการขายสุทธิในเดือนมีนาคม 36,472 ล้านบาทหลังเกิดสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 นักลงทุนต่างชาติมีการซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทย 19,589 ล้านบาท และมียอดการถือครองเท่ากับ 9.37 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.1% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย โดยตราสารหนี้ไทยที่ต่างชาติถือครองมีอายุคงเหลือเฉลี่ย 8.3 ปี เพิ่มขึ้นจาก 8.1 ปี เมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา

• เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น: ในไตรมาส 1/2569 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Bond Yield) ขยับตัวสูงขึ้นทุกรุ่นอายุในลักษณะ Bear Steepening โดย Bond Yield ระยะยาวปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าระยะสั้น สืบเนื่องจากความกังวลอัตราเงินเฟ้อจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง โดย Bond Yield ไทยรุ่นอายุ 2 ปี 5 ปี และ10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25, 42 และ 55 bps. จากสิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ระดับ 1.38%, 1.70% และ 2.21% ตามลำดับ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569

• เส้นอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ภาคเอกชนปรับตัวสูงขึ้นในทิศทางเดียวกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล: ในไตรมาส 1/2569 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ทุกอันดับเครดิตปรับตัวสูงขึ้น 28-59 bps. ใกล้เคียงกับการปรับขึ้นของพันธบัตรรัฐบาล ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้รุ่นอายุ 5 ปี อันดับเครดิต AAA AA A และ BBB+ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.09% 2.35% 2.82% และ 4.37% ตามลำดับ

• อัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปี 2569 มีแนวโน้มคงตัว: ผลสำรวจจากผู้ร่วมตลาดส่วนใหญ่คาดว่า ในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปี 2569 กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ส่วนการคาดการณ์ Bond Yield ไทย ผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่า ในปี 2569 Bond Yield ไทยรุ่นอายุ 5 ปี และ 10 ปี จะขยับตัวสูงขึ้นเฉลี่ยราว 5 bps. จากสิ้นไตรมาส 1 โดยมีปัจจัยหลักจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย อัตราเงินเฟ้อและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

ติดต่อโฆษณาได้ที่นี่

หน้าเว็บ