ศิริราช ยกระดับการวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารแห่งแรกในประเทศไทย สะท้อนวิสัยทัศน์การแพทย์สมัยใหม่ มุ่งสู่การรักษาที่แม่นยำเพื่อผู้ป่วย - BizConnectionNews | ครบเครื่องเรื่องธุรกิจ และไลฟ์สไตล์สำหรับคุณ

Hot News : ข่าวเด่นวันนี้

Home Top Ad

ติดต่อโฆษณาได้ที่นี่

Post Top Ad

ติดต่อโฆษณาได้ที่ BizConnectionNews

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ศิริราช ยกระดับการวินิจฉัยโรคทางเดินอาหารแห่งแรกในประเทศไทย สะท้อนวิสัยทัศน์การแพทย์สมัยใหม่ มุ่งสู่การรักษาที่แม่นยำเพื่อผู้ป่วย

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiJoDvbcVWjHy7RnfX36NBqlFjYvHwkZZaFWlF6fIHct5qFlaBF8ZLuQT1bhxP094vkj6gRFXFm9aXLFJzW-jVxWDs3Jr-nXVw0kLOunzMKoRmFhIxvqwXwulA4-AB40qnb-h58PRcwUlTg08k3NvTzJHpokC5SLhQxgvr0EONryGWGe6_bCiIBjHVn7WQ/s960/1000017192.jpg

ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการแพทย์และนวัตกรรมของประเทศไทย ด้วยการนำเทคโนโลยี Impedance Planimetry มาใช้ในการตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของการเคลื่อนไหวระบบทางเดินอาหารเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เป็นการยกระดับความแม่นยำในการวินิจฉัยและรักษาโรคทางเดินอาหารที่มีความซับซ้อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจทางการแพทย์และมอบผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดแก่ผู้ป่วย


“เพราะการวินิจฉัยที่แม่นยำ คือ จุดเริ่มต้นของการรักษาที่ดีที่สุด”

จจุบันโรงพยาบาลศิริราช ถือเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลที่มีความพร้อมสูงสุดของประเทศไทย ครอบคลุมการดูแลรักษาโรคตั้งแต่ระดับปฐมภูมิจนถึงระดับโรคซับซ้อนขั้นสูงสุด โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารและหลอดอาหาร ซึ่งมีแนวโน้มพบเพิ่มมากขึ้น ทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุและวัยทำงาน เช่น โรคกลืนลำบาก โรคกรดไหลย้อน โรคอะคาเลเซีย (Achalasia) หรือภาวะหลอดอาหารส่วนปลายไม่คลายตัว

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEirozY8oheaRdpAew82P422xDYre_3vmfdja_9H1k9BIXJsn6RLD3yh3a93GjKPg_9VELWuzIXA0Qbi3LAtWhyKfr2AqRiq5NrsslQ4SaWtj0UYA-YKGVbkGmHpYy8adkGoEwbAqeUtKk4L8Wsec9K4hVdvaatTKbe8rDMymm2fZvJqJ-k1ouHh5mYpJ_8/s1024/1000017193.jpg

ภายใต้การบริหารงานของ ศ.นพ.สมชาย ลีลากุศลวงศ์ หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ หัวหน้าศูนย์การเคลื่อนไหวทางเดินอาหาร (Motility Center) และหัวหน้าศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาราชการุณย์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เล็งเห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาทในการใช้ในการวินิจฉัยและการรักษาคนไข้มากขึ้น ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของโรงพยาบาล

ศิริราช โดยมุ่งเน้นให้เป็นศูนย์การรักษา การบริการ การวิจัย และการเรียนรู้วิชาการในระดับนานาชาติ คือ “Real World Impact in Action and Research” โดยการนำความรู้ที่มีมาพัฒนาและต่อยอด ทั้งทางด้านศึกษา มุ่งแน้นการผลิตแพทย์ให้มีศักยภาพ, การรักษา มุ่งเน้นรักษากลุ่มโรคที่รักษายากหรือซับซ้อน และนำความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากขึ้นและด้านวิจัย มุ่งเน้นศึกษาโรคต่างๆ ที่ส่งผลกระทบในระดับโลก และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ส่งผลกับมวลมนุษยชาติ

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg3ue-W7AzwYaKauN5I_0Lsg3A_cPOe19O-WgXOrOdGBP_0J_neXPNzqrM6NF_FUI9gNxdGgIwfRBAdkN9d5WFcUSqhIJm1B6hULaXAQTdBNQE0BzWcghyphenhyphenXyLZhX_un8xRKaKh5FxmkMQq1wseAotJ2QJb6z8HPtCbYVd413zw1K5MRQBVDNRhNLZYfEYc/s1377/1000017205.jpg

ศ.นพ.สมชาย ในฐานะหัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์และอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบบทางเดินอาหาร กล่าวว่า สำหรับเทคโนโลยี Impedance Planimetry ได้นำมาใช้ในโรงพยาบาลศิริราชเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ถือเป็นนวัตกรรมการวินิจฉัยขั้นสูงที่ช่วยประเมิน “การบีบตัว” และ “ความยืดหยุ่น” ของหลอดอาหารและหูรูดทางเดินอาหารแบบ Real-Time ผ่านการวัดแรงต้านและพื้นที่หน้าตัดภายในอวัยวะ ช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์การทำงานของระบบทางเดินอาหารได้อย่างละเอียดและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

จุดเด่นสำคัญของเทคโนโลยีนี้ คือ สามารถทำร่วมกับการส่องกล้องในขณะที่ผู้ป่วยอยู่ภายใต้การให้ยานอนหลับ ลดความไม่สบายตัวจากการตรวจ เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการตรวจแบบเดิมอย่าง High Resolution Manometry (HRM) ที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องรู้สึกตัวและปฏิบัติตามขั้นตอนระหว่างการตรวจ นอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยให้แพทย์สามารถประเมินผลการรักษาได้ทันทีระหว่างทำหัตถการ เช่น การขยายหลอดอาหารในผู้ป่วยโรคอะคาเลเซีย โดยสามารถวัดค่าความตึงตัวของหลอดอาหารและเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐาน เพื่อช่วยวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ลดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาระยะยาว

ศ.นพ.สมชาย กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่เข้ามาใช้ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มศักยภาพในการรักษาเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของศิริราชในการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทยให้ก้าวทันมาตรฐานระดับสากล ทั้งในด้านการรักษา การเรียนการสอน และการวิจัย เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วยและสังคมไทย

ในช่วงท้าย ศ.นพ.สมชาย ฝากถึงประชาชนว่า หากมีอาการผิดปกติ เช่น กลืนลำบาก แน่นหน้าอก แสบร้อนกลางอกเรื้อรัง เรอบ่อย อาเจียนเป็นเลือด หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารต่อเนื่อง ไม่ควรละเลย ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพราะการตรวจพบโรคเร็วจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้ พร้อมกันนี้ การดูแลสุขภาพด้วยการรับประทานอาหารที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ลดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ล้วนเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันโรคทางเดินอาหารและช่วยเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

ติดต่อโฆษณาได้ที่นี่

หน้าเว็บ