แพทย์เตือน ผู้ป่วยไทรอยด์อย่ามองข้ามอาการทางตา เพราะอาจเสี่ยงสูญเสียการมองเห็น TED ไม่ใช่แค่ตาโปน แพทย์ชี้โรคอาจกระทบการมองเห็นและคุณภาพชีวิต หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา - BizConnectionNews | ครบเครื่องเรื่องธุรกิจ และไลฟ์สไตล์สำหรับคุณ

Hot News : ข่าวเด่นวันนี้

Home Top Ad

ติดต่อโฆษณาได้ที่นี่

Post Top Ad

ติดต่อโฆษณาได้ที่ BizConnectionNews

วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569

แพทย์เตือน ผู้ป่วยไทรอยด์อย่ามองข้ามอาการทางตา เพราะอาจเสี่ยงสูญเสียการมองเห็น TED ไม่ใช่แค่ตาโปน แพทย์ชี้โรคอาจกระทบการมองเห็นและคุณภาพชีวิต หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา

หลายคนเข้าใจว่าโรคไทรอยด์เป็นพิษส่งผลเพียงต่อระบบเผาผลาญ หัวใจ หรือการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก แต่ผู้ป่วยบางรายอาจเกิดโรคอาการทางตาจากโรคไทรอยด์ (Thyroid Eye Disease: TED) ซึ่งมีอาการตั้งแต่ตาแห้ง ระคายเคือง เปลือกตารั้ง ตาโปน และมองเห็นภาพซ้อน ไปจนถึงภาวะสูญเสียการมองเห็นในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง โรคยังอาจกระทบการทำงาน การใช้ชีวิตประจำวัน และความมั่นใจ หากไม่ได้รับการวินิจฉัย การส่งต่อ และการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiELdPx_v3Fy0YeeCHsd2T1SK71YYGaLHF5s7LAT8IhbeFx1tpl4gv9kdvb88bnKuRi4fSnqcSHD-aRVs_bUpYPsvtWqF8sJN21qw4_nji1HRkZ7ptejJrrHiztDz0SPBz8grW-K4QTXeTXbL0hQCvYb-KJxqWTjjtmFz-Et0WTcXfQfRuw-bRVvCeK8TGN/s1594/1787732159259.jpg

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjfJ6NE3RsTcSeZV3qYcySd1ty11VghBRKv6zOxVYGUTf4mZmN7M__IOWArowQ_YLQX0OIkygOjUC91PAPMF-K_Dods-sQNrlq2tZ_TfTOACLiOXtEGcIgRwhZCR8Wo2nRXK9R1rprmVZjVDTH8pHFBTG4KmcUtWXaVbujoyEBD3RmbBbZynLEJAn7J3Ssl/s1800/1787732144584.jpg

แม้ความผิดปกติของดวงตาอาจเชื่อมโยงกับโรคไทรอยด์ แต่ประชาชนจำนวนไม่น้อยยังไม่ทราบถึงความสัมพันธ์ดังกล่าว ทำให้ผู้ป่วยบางส่วนได้รับการวินิจฉัยและส่งต่อเพื่อรับการรักษาล่าช้า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยาและต่อมไร้ท่อจึงร่วมกันย้ำว่า การรู้จักอาการและเข้ารับการประเมินตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เป็นกุญแจสำคัญในการลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและผลกระทบต่อการมองเห็นและคุณภาพชีวิต

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEiVpwDgLvRHoyyToH1n1Z3jEe5L2SLe0pjEFk89MhDqjIOCEdEhcpMJrKsOs3rFKt78YAieJw62GkSRwmdrDTqe7Z_nzK3lZc43GiSr8clDB6DPvywjNlAQFpJQJJrVrEi18Pl8obUPg6QSlhdyDXSKdAcKQhTPUwr823AJbBH0OUqi1xmbL0g6fYWSSR8_/s1800/1787732144009.jpg

มอง TED ให้ไกลกว่าคำว่า “ตาโปน”


ศ.นพ.ปานเนตร ปางพุฒิพงศ์ ประธานราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า TED เป็นโรคที่ควรสร้างความตระหนักรู้ทั้งในประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ เพราะอาการอาจส่งผลต่อการมองเห็นและการใช้ชีวิตประจำวัน

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg436wz-VEvphdgY9_WJ-jA-xMlqr4dyTZ2X2JzkOM9TaxRMQkP1ZjWY41I9kYpNso4t4jrdtt50-57ETsXN4xFIvIUYpZW6sxESOTj7hLf20mT4HyTIJRNKyjFNObtEpbg6dNXUpWqVckn4fJhqjbtGg_cYrORb1Ho8TL3V_FR8XD1xuWKTmtrMbIVF9zr/s2256/1787732144138.jpg

“หลายคนเข้าใจว่า TED เป็นเพียงภาวะตาโปน แต่ความจริงแล้วโรคนี้อาจส่งผลต่อการมองเห็นและการใช้ชีวิตประจำวัน หากประชาชนสังเกตอาการผิดปกติและเข้ารับการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก็จะช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ”จากโรคเกรฟส์สู่ความเสี่ยงทางตา: ติดตามและส่งต่อให้ทัน

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjDX4wMXts6MWokICTkEvRZx7L0tVXIH9FN5-_CECHeRMcUE9ixg8emsz1KXb3f4iL3x73vD79pdNkFjlRcekKFiQ2Sl-TSMQguC5zCb9_DqpmIdWylFRvBfAVdXuUHQmoyboo2E_aIxv4G6qsWA7fHZKyr6i6H8PwEmd68l4BpZxt_HmDU44c_X-mtwNcK/s1600/1787732145750.jpg

รศ.นพ.ธาดา คุณาวิศรุต อายุรแพทย์โรคต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม โรงพยาบาลศิริราช อธิบายว่า โรคเกรฟส์ (Graves’ Disease) เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน และอาจนำไปสู่ TED ได้ แม้ไม่ใช่ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ทุกคนจะเป็น TED แต่ผู้ป่วยควรรักษาโรคไทรอยด์อย่างต่อเนื่อง พร้อมติดตามอาการทางตาอย่างใกล้ชิด

“สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยต้องรู้จักอาการของโรค หากเริ่มมีความผิดปกติทางตาและได้รับการส่งต่อไปยังจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างรวดเร็ว ก็จะช่วยให้ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที ลดความรุนแรงของโรค และเพิ่มโอกาสในการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ” รศ.นพ.ธาดา กล่าว

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi3Q9q_3A69LywW0Xk22bMSGcXexW5VqccGY9LImqQXy4iyavP2Vds7GeJrh66mLaGwlvo_PBxlwjmvpjX8-oBSVQCI8LexOInkrONQc7lXURjzVIh4WX0xrGAOZ-0l86fNrl6UtB5lgrlRNbV1zy3dEt2cjPwmq-PlorJgIYM_2waKfIfbisRyiplFRUpM/s1600/1787732144186.jpg

เสียงจากผู้ป่วย: โรคที่กระทบชีวิตมากกว่าที่มองเห็น

ภายในงานมีการนำเสนอกรณีศึกษาจากผู้ป่วยจริงที่อยู่ในการดูแลรักษา เพื่อสะท้อนผลกระทบของ TED ต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และทำให้เห็นว่าเส้นทางของผู้ป่วยไม่ได้จบเพียงการวินิจฉัย แต่ยังเกี่ยวข้องกับการส่งต่อ การเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม และการกลับไปใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจอีกครั้ง กรณีศึกษาดังกล่าวตอกย้ำว่า การตระหนักรู้และการเข้าถึงการดูแลในเวลาที่เหมาะสมมีความหมายต่อผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjCiwEhxg9hnn6i-jwOzzxkKhOnon813-FODjCLue4j_z4ygbpQlcFoeOaRJ3Fpyv1yL9CD_VtH7GuAjhTr_HG7BStCgf2GBIe_SSy99TW8_xsZPkfpErsqwgtrGLgy32acdgCu6zQXuYVVGJb4kWyj2I3G0cMQNLSvs5GKTO4k-CnaQgsV0M4_JwJNGn8R/s1800/1787732146496.jpg

คุณภาพชีวิตคือส่วนหนึ่งของเป้าหมายการดูแล

ผศ.พญ.พิมพ์ขวัญ จารุอำพรพรรณ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านศัลยกรรมจักษุตกแต่งและเสริมสร้าง โรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่า จากประสบการณ์การดูแลผู้ป่วย TED ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับอาการแสบตา ตาแห้ง มองเห็นภาพซ้อน หรือมองเห็นไม่ชัด ซึ่งอาจกระทบต่อการทำงานและการดำเนินชีวิต

“ผู้ป่วยหลายคนไม่ได้กังวลเพียงเรื่องดวงตา แต่กังวลว่าจะทำงาน ใช้ชีวิต หรือพบปะผู้คนได้เหมือนเดิมหรือไม่ การวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จึงไม่ได้มุ่งดูแลเพียงการมองเห็น แต่ยังช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น” ผศ.พญ.พิมพ์ขวัญ กล่าว

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhKIKrjkB7GgMIuW1lSuduA6K4ud7bkVg-01zTKbmkub_1oyl02dbrkWeonaY6syaE-dU430makGrIe_tFzdf0I_YKB4M0pbKTVfJzaBgq-SL9qs-mZ2lbWmCgIMR7WzA8dg0Jm0evXnWC7e9WOOuaVH10TakyvYu8nxEzi5J5EzEsI8VGR5ojnllksvhMz/s1600/1787732146162.jpg

การรักษาก้าวหน้าขึ้น แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย


ผศ. พ.อ.หญิง รวีวรรณ ชุนถนอม ประธานชมรมศัลยกรรมจักษุตกแต่งและเสริมสร้างแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันการดูแลรักษาผู้ป่วย TED มีความก้าวหน้ามากขึ้น นอกเหนือจากการผ่าตัด ยังมีทางเลือกอื่นๆ รวมถึง “ยามุ่งเป้า” (Targeted Therapy) ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาตามแนวเวชปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสม

“TED ไม่ใช่เพียงปัญหาด้านรูปลักษณ์ แต่เป็นโรคที่อาจกระทบการมองเห็นและคุณภาพชีวิต การรักษาในปัจจุบันมีหลายทางเลือก แพทย์จึงต้องประเมินความรุนแรง ระยะของโรค และความเหมาะสมของผู้ป่วยเป็นรายบุคคล เพื่อช่วยควบคุมโรค ลดผลกระทบต่อการมองเห็น และสนับสนุนให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น” ผศ. พ.อ.หญิง รวีวรรณ กล่าว

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgTXlGsn5uztxOLuOQXJLDWNRnjkMrlvKbG02j1QVDooQldY1hDXLPlXJmqca5nQpgMPFSqHpIKkzSuSL8tF7iMLy0p3-x0X0TCJVTubuFnOIi1Yeu5jvjHX8oudQ7BFXpvAZ9pu89rhlNBgYPJEfdpsStcJ-V-s9J_d8RvRaGacxrROm14QrmtH8lUxnxR/s1800/1787732145455.jpg

ข้อควรสังเกตสำหรับผู้ป่วยโรคไทรอยด์

หากพบอาการตาโปน เปลือกตารั้ง ตาแดง แสบตา ตาแห้ง ปวดรอบดวงตา เห็นภาพซ้อน หรือมองเห็นไม่ชัด ควรปรึกษาแพทย์หรือจักษุแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอให้อาการรุนแรง เพราะการวินิจฉัยและการส่งต่อที่รวดเร็วจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม และลดผลกระทบต่อการมองเห็นและคุณภาพชีวิต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

ติดต่อโฆษณาได้ที่นี่

หน้าเว็บ