Daikin พาอากาศดีเข้าห้องเรียนเด็กเล็ก ผสานความเชี่ยวชาญด้านคุณภาพอากาศร่วมกับ กรมอนามัย จาก "ห้องเรียนปลอดฝุ่น" ต้นแบบ สู่การขยายผลใช้งานจริงเพื่อยกระดับสุขภาพและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของเด็กเล็ก - BizConnectionNews | ครบเครื่องเรื่องธุรกิจ และไลฟ์สไตล์สำหรับคุณ

Hot News : ข่าวเด่นวันนี้

Home Top Ad

ติดต่อโฆษณาได้ที่นี่

Post Top Ad

ติดต่อโฆษณาได้ที่ BizConnectionNews

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2569

Daikin พาอากาศดีเข้าห้องเรียนเด็กเล็ก ผสานความเชี่ยวชาญด้านคุณภาพอากาศร่วมกับ กรมอนามัย จาก "ห้องเรียนปลอดฝุ่น" ต้นแบบ สู่การขยายผลใช้งานจริงเพื่อยกระดับสุขภาพและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ของเด็กเล็ก

Daikin (ไดกิ้น) ต่อยอดความสำเร็จของโครงการพัฒนาต้นแบบศูนย์การเรียนรู้การปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ในกรุงเทพมหานคร เชียงราย ระยอง และนครราชสีมา สู่ก้าวต่อไปของการดูแลอากาศในพื้นที่เรียนรู้ของเด็กปฐมวัย ผ่านงานเสวนา ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ณ NEXTOPIA สยามพารากอน กรุงเทพมหานคร 

ซึ่งไดกิ้นได้นำประสบการณ์และองค์ความรู้จากศูนย์ต้นแบบมาส่งต่อสู่แนวทางการขยายผล โดยมีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมให้มุมมองต่อทิศทางการดูแลคุณภาพอากาศภายในอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในอนาคต

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgpJtJAYFeSYHX0ttk5GImqSLLdSQg9AAxTvEgMWQ_2P_3N-GwCa7c0Ht5Y0StAPrydue2RDgLCD4lhmUlPL6jDwFuu66ikG0v4ENT8yhSbVSLSPHWzZXlOzLZEzmsTP0TRsjDTXDhkC0ZnLzGFZY9yS15GX4zYp-GoXT_Sj392HFeyClpAM48VQLPPzRo/s1566/1000072412.jpg

นายวรพงศ์ กียปัจจ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่า ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในแต่ละปี ทำให้ห้องเรียนของเด็กเล็กต้องปิดประตูและหน้าต่างเป็นเวลานานเพื่อป้องกันฝุ่นจากภายนอก ขณะเดียวกันการระบายอากาศที่ลดลงก็ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) สะสมอยู่ภายในห้อง ซึ่งส่งผลต่อความสบายและสมาธิในการเรียนรู้ของเด็ก คุณภาพอากาศภายในห้องเรียนจึงเป็นปัจจัยที่ใกล้ตัวเด็กมากที่สุด และเป็นโจทย์ที่ไดกิ้นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านอากาศให้ความสำคัญ

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi5OdaqelkLR1GeGt0DU2G4e6vLHwC4A2KVi4NEFJ8Uad4yxJuVJeMM-3tQL4O5348az03nc7zDNhsb-ExNpGoB_O4_gJULHSuKxBNiSjVPxC_Phhi4hQeZljf9KzTYExPHlAVBIjOPq-IEy3gZPT3-lJ6GUBQwX_ioGibbSa1Wxws6RH895rSTovPNHtw/s1564/1000072415.jpg

ภายใต้แนวคิด “Perfecting the Air” ไดกิ้นมองการดูแลอากาศเป็นระบบที่ทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การปรับอากาศ การระบายอากาศ ไปจนถึงการกรองฝุ่นละออง “ไดกิ้นทำงานด้านอากาศมาอย่างยาวนาน และเราให้ความสำคัญกับห้องเรียนของเด็กเล็กเป็นพิเศษ เพราะเด็กๆ ใช้เวลาเกือบทั้งวันอยู่ในห้องเรียนในช่วงวัยที่ร่างกายกำลังเติบโต โครงการนี้จึงเป็นการนำความเชี่ยวชาญของไดกิ้นทั้งด้านการปรับอากาศ การระบายอากาศ และการกรองอากาศ มาออกแบบเป็นต้นแบบที่ใช้งานได้จริงในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก” นายวรพงศ์ กล่าว

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhCajWJ2ppVIzaBIsAunn39mie7d2RgMgWhGgDEW4Op9Gb7S7lqa5Q2xltcspWTCSkIp_FJRbwy1kSFZz6BrbDz-ivaK5qMJ8FUs3JdaSaOtry8CYQIKmd6dfzBbQB74JAPmSk7S1z9nzQ1P6-OZoxpO-w5zoRtywfGaR1i_oJMygQqHC0X598uN-_Albo/s1566/1000072420.jpg

ตลอดการดำเนินโครงการ ไดกิ้นร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข หน่วยงานท้องถิ่น และภาควิชาการ พัฒนาศูนย์ต้นแบบรวม 4 แห่ง ใน 4 จังหวัด โดยโมเดลของศูนย์ต้นแบบประกอบด้วยระบบระบายอากาศแบบแลกเปลี่ยนความร้อน ที่กรองฝุ่น PM2.5 ก่อนนำอากาศภายนอกเข้าสู่ห้อง ทำงานร่วมกับระบบปรับอากาศ และเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ที่ช่วยให้ครูติดตามสภาพอากาศในห้องได้ตลอดวัน พร้อมการอบรมครูและผู้ดูแลให้ใช้งานและดูแลระบบได้ด้วยตนเอง ศูนย์ทั้ง 4 จังหวัดจึงเป็นพื้นที่ที่พร้อมให้หน่วยงานอื่นเข้ามาศึกษาแนวทางการออกแบบ การติดตั้ง รวมไปถึงการดูแลระบบได้จริง

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgohkKdT5B2otGrV8oVvoHoF9jAokPZLMSfCwWUuBz7wQ6pMKeBx5cmNbjBrMEZACLcX7UETfpnGGWszFrkl3JrVO4y4jDKUvV6cfevtJkywd331LvAxgCS4hWkslWrevWYSc5OJF1jXCVp5XUSIdLFB3J_ItXIoaPCnZBppYsYqeK5uucmLtj1BAQZs8k/s1566/1000072421.jpg

นายวรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของโครงการ เกิดจากการทำงานร่วมกับหน่วยงานในแต่ละพื้นที่ ซึ่งช่วยให้ต้นแบบตอบโจทย์บริบทที่แตกต่างกันได้จริง ปัจจุบันศูนย์ต้นแบบเป็นพื้นที่เรียนรู้ของเด็กกว่า 200 คน และครูผู้ดูแลกว่า 20 คน โดยผลการตรวจวัดพบว่าค่าฝุ่น PM2.5 ภายในห้องเรียนต่ำกว่าภายนอกเฉลี่ย 81% เมื่อเทียบจากฝุ่นภายนอก (อ้างอิงจากศูนย์ฯ ห้วยซ้อ จ.เชียงราย ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 ภายนอกสูงถึง 95 micrograms) และระดับ CO2 ภายในห้องเรียนเฉลี่ย อยู่ที่ 618 ppm ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ของกรมอนามัยเช่นกัน 

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEg_4fJzmYSUPGQ-BivncC4sfWZxOgsLD9a1nioCLNLKc05bzeLm6YT9eJH9GXexFm4uXRxvND1f2N5KzFbX_Iw4V2TtJiQssLGd0IiapRPun3iisZ5nCC8XgzIVZ5pSDZAwOJwdXjAMLnPLvXYFfom5tmbKiLaA6hBIbhychBysmxA4Sgw1SDoevxsMh1U/s1566/1000072419.jpg

นอกจากนี้ ครูยังสามารถตรวจสอบข้อมูลจากเซ็นเซอร์ปรับการดูแลห้องได้ทันทีเมื่อคุณภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ขณะที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลห้วยซ้อ จังหวัดเชียงราย ได้รับใบประกาศเกียรติคุณจากกรมอนามัย รับรองเป็น “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ตามเกณฑ์มาตรฐานด้านสุขภาพอนามัยแห่งแรกในภาคเหนือ

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgeFG00rkD0F9nmj1Ivg4_WL64bwKaL4la70fXMAaCMeIuW_yFcQcstUexiapJfUt-HGBHwvRgsneUOu784UickMNYlk2hQHJayzmpjhAZI4jj3JRMnv7YVi0oQIJOLGF7P_fqqd-QSC8s1e8GzpBNHdQmZA-Hb1eV0egRRTTASIxP2fuW2U-B8XInzb3g/s1566/1000072414.jpg

ด้าน ดร.จิตติมา รอดสวาสดิ์ ผู้อำนวยการกองประเมินผลกระทบต่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กรมอนามัยให้ความสำคัญกับการสร้างพื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่นให้กลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็กเล็ก และได้วางแนวทางการจัดทำห้องปลอดฝุ่นสำหรับบ้านเรือน อาคารสาธารณะ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ไว้เป็นกรอบให้หน่วยงานในพื้นที่นำไปปรับใช้ ต้นแบบที่ทำได้จริงในหลายพื้นที่จึงช่วยให้การนำแนวทางนี้ไปใช้ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอื่นๆ มีความชัดเจนมากขึ้น “เด็กเล็กเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ กรมอนามัยจึงมุ่งขยายพื้นที่ปลอดภัยจากฝุ่นให้ครอบคลุมสถานที่ที่เด็กเล็กใช้ชีวิตในแต่ละวัน ต้นแบบที่เกิดขึ้นในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการดูแลคุณภาพอากาศในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทำได้จริงในพื้นที่ และเป็นประโยชน์ต่อการขยายแนวทางนี้ไปยังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอื่นๆ ต่อไป”

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEgeFG00rkD0F9nmj1Ivg4_WL64bwKaL4la70fXMAaCMeIuW_yFcQcstUexiapJfUt-HGBHwvRgsneUOu784UickMNYlk2hQHJayzmpjhAZI4jj3JRMnv7YVi0oQIJOLGF7P_fqqd-QSC8s1e8GzpBNHdQmZA-Hb1eV0egRRTTASIxP2fuW2U-B8XInzb3g/s1566/1000072414.jpg

สำหรับก้าวต่อไป ไดกิ้นจะนำประสบการณ์จากศูนย์ต้นแบบไปพัฒนาโมเดลที่เหมาะกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในพื้นที่ที่หลากหลายมากขึ้น “ศูนย์ต้นแบบทั้ง 4 จังหวัดทำให้เราได้เรียนรู้ว่าแต่ละพื้นที่มีความต้องการแตกต่างกัน ซึ่งการดูแลอากาศให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ต้องทำควบคู่ไปกับการให้ความรู้แก่ครูและผู้ดูแล ไดกิ้นจะนำประสบการณ์เหล่านี้ไปพัฒนาต่อ และพร้อมสนับสนุนให้แนวทางจากศูนย์ต้นแบบ ได้รับการขยายไปถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอื่นๆ ในอนาคต” นายวรพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Post Bottom Ad

ติดต่อโฆษณาได้ที่นี่

หน้าเว็บ