
กรมศุลกากร ร่วมมือ ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี ยกระดับมาตรการเข้มงวด
ตรวจยึดขาไก่แช่แข็งสำแดงเท็จเป็นข้าวเหนียวมะม่วงพร้อมทาน
เตรียมส่งออกปลายทางประเทศจีน น้ำหนักรวม 51,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 4.8
ล้านบาท
หวั่นกระทบความเชื่อมั่นคู่ค้าสากลและเสี่ยงถูกระงับการส่งออกเนื้อสัตว์ปีก

นายพันธ์ทอง
ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า
กรมศุลกากรขานรับนโยบายเร่งด่วนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและ ดร.เอกนิติ
นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ให้ความสำคัญกับการรักษากลไกทางการตลาดเกี่ยวกับสินค้าเกษตรทั้งการนำเข้าและส่งออก
เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่สุจริตอย่างเป็นธรรม
พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวสู่ระดับสากล
และปกป้องสังคมในเวลาเดียวกัน
กรมศุลกากรจึงให้ความสำคัญกับทุกมิติของการนำเข้าและส่งออก
โดยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าทุกประเภท ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูล
(e-Matching / Scanning Sharing) เพื่อวิเคราะห์รายละเอียดเบื้องต้น
ควบคู่กับการใช้ระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
คัดเลือกตู้สินค้าที่มีความเสี่ยงสูงหรือน่าสงสัยเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบด้วยระบบเอกซเรย์
ซึ่งช่วยตรวจสอบสิ่งของภายในตู้สินค้าโดยไม่ต้องเปิดตู้
เพิ่มความรวดเร็วและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

เมื่อวันที่
27 กรกฎาคม 2569 กรมศุลกากร โดย สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ร่วมกับ
ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี ตัวแทนท่าเทียบเรือและตัวแทนผู้ส่งออก
ตรวจสอบตู้สินค้าส่งออกต้องสงสัย จำนวน 2 ตู้คอนเทนเนอร์
ซึ่งมีปลายทางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ท่าเรือแหลมฉบัง
โดยผู้ส่งออกได้สำแดงรายการสินค้าในใบขนสินค้าขาออกทั้ง 2 ฉบับ ว่าเป็น “ข้าวเหนียวมะม่วง” รวมจำนวน 4,250 กล่อง (Carton) น้ำหนักรวม 51,000 กิโลกรัมผลการตรวจสอบพบว่า ไม่ปรากฏสินค้าตามที่สำแดงไว้

แต่ภายในตู้คอนเทนเนอร์กลับเป็น
ขาไก่แช่แข็ง น้ำหนักรวม 51,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าของกลางทั้งสิ้น
4,827,265 บาท
เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดสินค้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง
และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป การกระทำดังกล่าวถือเป็น
การพยายามส่งออกซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 202
มาตรา 244 และมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบกับมาตรา
31 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558


อธิบดีกรมศุลกากร
กล่าวว่า หากสินค้านี้สามารถส่งออกนอกราชอาณาจักรไปได้
จะทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่นจากนานาชาติ เนื่องจากขาไก่
เป็นสินค้าที่ต้องได้รับใบอนุญาตทั้งต้นทางและปลายทาง
เพราะมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคระบาด เช่น ไข้หวัดนก (Avian
Influenza) หรือเชื้อแบคทีเรียรุนแรง
และไทยอาจถูกระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากประเทศคู่ค้า
ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อมูลค่าการส่งออกของประเทศ

โดยกรมศุลกากร
ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมาเป็นอันดับต้นๆ
พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกสินค้าที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
และรักษามาตรฐานการส่งออกของประเทศไทย
ตลอดจนป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบการค้าระหว่างประเทศและมาตรการด้านสุขอนามัยของประเทศคู่ค้า
กรมศุลกากร ร่วมมือ ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี ยกระดับมาตรการเข้มงวด ตรวจยึดขาไก่แช่แข็งสำแดงเท็จเป็นข้าวเหนียวมะม่วงพร้อมทาน เตรียมส่งออกปลายทางประเทศจีน น้ำหนักรวม 51,000 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 4.8 ล้านบาท หวั่นกระทบความเชื่อมั่นคู่ค้าสากลและเสี่ยงถูกระงับการส่งออกเนื้อสัตว์ปีก

นายพันธ์ทอง
ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า
กรมศุลกากรขานรับนโยบายเร่งด่วนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและ ดร.เอกนิติ
นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ให้ความสำคัญกับการรักษากลไกทางการตลาดเกี่ยวกับสินค้าเกษตรทั้งการนำเข้าและส่งออก
เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการที่สุจริตอย่างเป็นธรรม
พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวสู่ระดับสากล
และปกป้องสังคมในเวลาเดียวกัน
กรมศุลกากรจึงให้ความสำคัญกับทุกมิติของการนำเข้าและส่งออก
โดยเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้าทุกประเภท ผ่านระบบเชื่อมโยงข้อมูล
(e-Matching / Scanning Sharing) เพื่อวิเคราะห์รายละเอียดเบื้องต้น
ควบคู่กับการใช้ระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
คัดเลือกตู้สินค้าที่มีความเสี่ยงสูงหรือน่าสงสัยเพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบด้วยระบบเอกซเรย์
ซึ่งช่วยตรวจสอบสิ่งของภายในตู้สินค้าโดยไม่ต้องเปิดตู้
เพิ่มความรวดเร็วและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

เมื่อวันที่
27 กรกฎาคม 2569 กรมศุลกากร โดย สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ร่วมกับ
ด่านกักกันสัตว์ชลบุรี ตัวแทนท่าเทียบเรือและตัวแทนผู้ส่งออก
ตรวจสอบตู้สินค้าส่งออกต้องสงสัย จำนวน 2 ตู้คอนเทนเนอร์
ซึ่งมีปลายทางไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ ท่าเรือแหลมฉบัง
โดยผู้ส่งออกได้สำแดงรายการสินค้าในใบขนสินค้าขาออกทั้ง 2 ฉบับ ว่าเป็น “ข้าวเหนียวมะม่วง” รวมจำนวน 4,250 กล่อง (Carton) น้ำหนักรวม 51,000 กิโลกรัมผลการตรวจสอบพบว่า ไม่ปรากฏสินค้าตามที่สำแดงไว้

แต่ภายในตู้คอนเทนเนอร์กลับเป็น
ขาไก่แช่แข็ง น้ำหนักรวม 51,000 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าของกลางทั้งสิ้น
4,827,265 บาท
เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจยึดสินค้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง
และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป การกระทำดังกล่าวถือเป็น
การพยายามส่งออกซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 202
มาตรา 244 และมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบกับมาตรา
31 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558


อธิบดีกรมศุลกากร
กล่าวว่า หากสินค้านี้สามารถส่งออกนอกราชอาณาจักรไปได้
จะทำให้ประเทศขาดความเชื่อมั่นจากนานาชาติ เนื่องจากขาไก่
เป็นสินค้าที่ต้องได้รับใบอนุญาตทั้งต้นทางและปลายทาง
เพราะมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคระบาด เช่น ไข้หวัดนก (Avian
Influenza) หรือเชื้อแบคทีเรียรุนแรง
และไทยอาจถูกระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกจากประเทศคู่ค้า
ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อมูลค่าการส่งออกของประเทศ

โดยกรมศุลกากร
ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวมาเป็นอันดับต้นๆ
พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด
เพื่อป้องกันการลักลอบส่งออกสินค้าที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
และรักษามาตรฐานการส่งออกของประเทศไทย
ตลอดจนป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบการค้าระหว่างประเทศและมาตรการด้านสุขอนามัยของประเทศคู่ค้า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น